ประวัติศาสตร์ย่อของ Recliner Chair เก้าอี้โรงหนัง เก้าอี้ผู้บริหาร และเก้าอี้รถทัวร์

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำงานที่ต้องการช่วงเวลาพักผ่อนคุณภาพเมื่อจบวันหรือชาว WFH ที่กำลังแต่งบ้านให้ได้ทั้งสไตล์และสบาย หัวใจสำคัญที่คุณต้องเลือกดี ๆ

Recliner Chair

คือเก้าอี้พักผ่อน เฟอร์นิเจอร์ที่มีประวัติศาสตร์การออกแบบยาวนานและหลากหลายสำหรับความแตกต่างของการใช้งาน

เช่นเดียวกับเก้าอี้ทำงาน การยศาสตร์หรือหลัก Ergonomics เป็นสิ่งที่คุณต้องคิดเพื่อจัดท่าทางร่างกายให้เหมาะสมสำหรับการพักผ่อน และแน่นอนว่าการพักผ่อนของแต่ละคนก็มีหลายรูปแบบ (หลับ? เล่นเกม? ดูหนัง?) เช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ที่แตกต่างกันออกไปอีก

สิ่งที่คุณอาจยังไม่รู้ คือเก้าอี้พักผ่อนอย่าง Recliner Chair หรือ Recliner Sofa นั้นมีประวัติที่ยาวนาน ผ่านการดีไซน์มาแล้วหลายบริบท ก่อนไปเลือกเก้าอี้ที่เหมาะสมสำหรับคุณและสไตล์ของห้องคุณ ลองศึกษาประวัติเบื้องต้นของดีไซน์ Recliner เหล่านี้ เผื่อจะทำให้คุณได้ไอเดียในการเลือกได้ดีขึ้น

ชาวอียิปต์ หมอฟัน และนโปเลียน:
หลากปัจจัยที่นำมาสู่การพัฒนาเก้าอี้เอน Recliner

คุณสมบัติเพียงอย่างเดียวที่นิยามความเป็น Recliner คือการสามารถเอนหลังลง ตามชื่อของมัน

เมื่อนิยามเป็นแบบนี้ Recliner จึงมีรูปร่างหน้าตาและฟังก์ชันที่หลากหลายออกไปมาก

ต้นตระกูลของ Recliner อาจนับได้ตั้งแต่เก้าอี้ยาวและเดย์เบด (Daybed) ที่ไว้ทั้งนั่งทั้งนอนในอารยธรรมโบราณอย่างอียิปต์หรือกรีก

แน่นอนว่าเก้าอี้จำนวนมากเหล่านี้เป็นของชนชั้นสูงและ/หรือเทพเจ้า การย้อนเช่นนี้ทำให้เห็นถึงความต้องการเฟอร์นิเจอร์สำหรับทั้งนั่งและนอน ที่ทำให้เกิด Recliner ขึ้นมา

อีกแง่หนึ่ง Recliner สืบสาแหรกมาจากเก้าอี้หมอฟัน ซึ่งต้องการพนักพิงหัวที่ปรับได้แยกออกมาจากตัวเก้าอี้ นอกจากนี้ความต้องการตามการใช้งานของหมอฟันยังทำให้เกิดเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้อีกด้วย

ในช่วงเริ่มแรกที่เกิดขึ้นบนโลก ระบบเอนที่สร้างเฟอร์นิเจอร์ลูกผสมของเก้าอี้ เตียง และเก้าอี้ยาวทำจากโครงเหล็ก มันเริ่มมีที่วางแขนหุ้มเบาะ โดยมีหนึ่งในผู้ใช้งานคนแรก ๆ คือนโปเลียนที่ 3

ผ่านเข้าสู่ยุคต่อ ๆ มา Recliner ถูกผลิตขึ้นด้วยวัสดุอย่างไม้ ซึ่งกลายเป็นวัสดุยอดนิยมเสมือนเป็น “มาตรฐาน” ไปในที่สุด

ไม่ว่าจะด้วยการโฆษณา รสนิยม หรือปัจจัยอะไร หนึ่งในภาพจำของ Recliner คือคุณพ่อที่นั่งหลับคารีโมตทีวีในมือบน Recliner เบาะหนา ปัจจุบันเราสามารถพบ Recliner ได้ทั้งแบบหุ้มเบาะหลากสี แบบที่ปรับส่วนหัว ส่วนตัว หรือส่วนขาได้ ไปจนถึงเก้าอี้นวดไฟฟ้าที่ในแง่หนึ่งก็สืบดีไซน์มาจาก Recliner

เอนแล้วไปไหน?
Recliner Chair ในฐานะคู่หูนักเดินทางและผู้รับใช้บริการแห่งห้องนั่งเล่น

ไม่ใช่แค่ในห้องนั่งเล่นของชนชั้นสูง หากคุณพร้อมสู้กับราคาของมัน ห้องนั่งเล่นของคุณเองก็มี Recliner ได้ แต่ถึงไม่ คุณยังพบเก้าอี้ลักษณะเดียวกันนี้ในบริการสาธารณะมากมาย

เพราะคุณสามารถทั้งนั่งและนอนได้ Recliner จึงถูกติดตั้งบนเครื่องบินและรถทัวร์ที่ผู้โดยสารต้องใช้เวลาเดินทางนานแบบข้ามวัน (และบางทีข้ามคืน) ซึ่งแน่นอนเก้าอี้ที่ใกล้เคียงกับภาพจำของเบาะนุ่ม ๆ ของ Recliner

นอกจากนี้คุณยังพบ Recliner ได้ในที่อย่างโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะในที่นั่งแบบพิเศษที่ในแง่หนึ่งก็มีดีไซน์รูปแบบคล้ายกับห้องดูหนังนั่งเล่นในบ้าน

ใน Cinemagica “โรงภาพยนตร์ในบ้าน” ที่ทาง Goldenduck ไปตั้งให้ทุกคนทดสอบในงานสถาปนิก’65 ที่ผ่านมา เก้าอี้ที่ติดตั้งคือ Zimm Theater Seat ที่อยู่ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำของประเทศไทยมากมาย เป็นเก้าอี้ปรับเอนนอนที่คุณสามารถนำไปติดตั้งเพื่อความบันเทิงสูงสุดที่บ้านระหว่างดูหนังฟังเพลงหรือเล่นเกมได้

อีกหนึ่ง Recliner ที่น่าสนใจคือ ‘Bella’ จาก ZEDERE ที่ดีไซน์งดงามคลาสสิก โชว์แผ่นไม้คู่กับเบาะนุ่ม ชวนให้นึกถึงดีไซน์ของ Eames Lounge Chair เก้าอี้ระดับตำนานจากนักออกแบบระดับตำนานแห่งสไตล์ Mid-century โดย Bella อัดคุณสมบัติมาเต็มที่กับความสามารถหมุนได้ 360 องศา พนักพิงหัวที่สามารถปรับตำแหน่งได้ และโครงสร้างที่สามารถเอนลงได้เป็นเกือบทุกตำแหน่งเพราะ

“ฟังก์ชันของเก้าอี้ ไม่ใช่แค่เป็นที่นั่งเท่านั้น แต่คือการเป็นสื่อสำหรับแสดงออกซึ่งตัวตนของตัวเอง”

อัพเดทข่าว แนะนำข่าวเพิ่มเติม : ศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี แสดงผลงานศิลปนิพนธ์

ศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี มทร.ธัญบุรี แสดงผลงานศิลปนิพนธ์

สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ และ สาขานวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ภาควิชาศิลปะการออกแบบและเทคโนโลยี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)

ศิลปะการออกแบบ

ประชันศิลปนิพนธ์ โชว์ไอเดีย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เกสินี กล่ำอยู่สุข ประธานกรรมการบริษัท ฟินาเล เวดดิง สตูดิโอ จำกัด เป็นประธานเปิดงาน โดยมี รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี และ ศ.ดร. สมพร ธุรี คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ให้การต้อนรับ ณ หอศิลป์ อาคาร 2 คณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี

นายศุภกิตติ์ บุญศรี สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ เล่าว่า ในปัจจุบันนี้ คนเราหันมาเลี้ยงสัตว์ฟันแทะกันมากมาย แต่บางคนอาจ ไม่คำนึงถึงสภาพอากาศที่อยู่อาศัยของสัตว์ฟันแทะ จึงทำให้เกิด อันตรายต่อสัตว์ได้ จึง ทำการออกแบบและพัฒนาตู้ปรับอุณหภูมิสำหรับหนูแกสบี้ เพื่อป้องกันการเกิดโรคและการตายในการเลี้ยงสัตว์ประเภทฟันแทะ รูปทรงขอนไม้ เพราะว่าสัตว์พันธุ์นี้ชอบอาศัยอยู่ในโพรงต้นไม้ ซึ่งตู้มีขนาด 25 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร ตัวตู้ทำด้วยแผ่นอะคริลิค ทำความเย็นด้วยแผ่นเพลเทียร์ เพื่อช่วยในการสร้างความเย็นและปรับอุณหภูมิ ต่อด้วยพัดลมทั้ง 2 ตัว ช่วยปล่อยความเย็นและระบายความร้อน มีตัวสร้างความอบอุ่นในตัวสัตว์ ทำให้สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมคล้ายธรรมชาติมากที่สุด

นายนนทวัฒน์ ศรสงวน สาขาวิชานวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย (เอกเครื่องหนัง) เล่าว่า ผลิตภัณฑ์กระเป๋าสัมภาระมอเตอร์ไซค์ ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปแบบรอยสักของชนเผ่าพื้นเมืองของประเทศนิวซีแลนด์ชื่อชนเผ่าเมารี ลวดลายรอยสักของชนเผ่าเมารีนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สวยงามโดเด่นและน่าสนใจ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่จะสักเพื่อสื่อถึงความแข็งแกร่ง ใช้เทคนิคการเลเซอร์หนังแท้ ซึ่งการเลเซอร์ทำให้ลวดลายมีความคมชัดมากกว่าวิธีอื่น ๆ การออกแบบกระเป๋าสัมภาระสำหรับรถจักรยานยนต์ ประกอบไปด้วยกระเป๋า 2 ใบ และสายเชื่อมคล้องกระเป๋าแบบปรับได้สำหรับพาดกับใต้เบาะรถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และยังสามารถใช้ได้กับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่นที่มีถังน้ำมันด้านหน้าอีกด้วย

นางสาวณัฐกมล สายบัว สาขานวัตกรรมออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย (เอกหัตถกรรม) เล่าว่า ได้ทำการศึกษาและเก็บข้อมูลชุมชนจักสานบางเจ้าฉ่า จังหวัดอ่างทอง พบว่าคนสมัยใหม่ไม่รู้จักผลิตภัณฑ์จักสาน จึงได้ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์โคมไฟดอกบัวขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจจากดอกบัว ใช้เทคนิคจักสานไม้ไผ่ หวายและเส้นพลาสติก โดยนำเอาเส้นพลาสติกมาร่วมกับงานจักสานไม้ไผ่และหวาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ชอบและหลงใหลในงานจักสาน ที่ต้องการผลิตภัณฑ์จักสานในรูปแบบใหม่ ๆ

นายวุฒิภัทร ทองไทย สาขานวัตกรรมออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย (เอกเครื่องปั้นดินเผา) เล่าว่า การปรับเปลี่ยนชุดชงให้มีการดื่มใด้ง่ายขึ้นจากที่ต้องดื่มแบบมีพิธีการเหมือนสมัยก่อน แต่ยังได้รสชาติแบบสไตล์ญี่ปุ่น ได้แนวคิดมาจากดอกซากุระ มาออกแบบชุดชงชาเขียวมัทฉะ โดยดอกซากุระมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว มีสีไม่ฉูดฉาด สีชมพูและสีเหลืองเป็นจุดเด่น จึงนำดอกซากุระมาออกแบบในงานชุดชงชาเขียวมัทฉะ มีความทันสมัย เรียบง่าย

นางสาวณหทัย ศรีวิชัย สาขานวัตกรรมออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย (เอกออกแบบแฟชั่นและศิลปะสิ่งทอ) เล่าว่า ผลงาน Sweetness of mudmee การเพิ่มความงดงามและความมีเสน่ห์ให้แก่ผ้ามัดหมี่ จากที่ได้ศึกษาในความงามของลวดลายผ้ามัดหมี่นี้ได้นำลวดลายของผ้ามัดหมี่มาออกแบบใหม่ให้เกิดลวดลายที่สวยงามและมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น จากลวดลายที่ออกแบบมานี้ผู้ศึกษาได้ออกแบบลายให้มีความอ่อนหวานและอ่อนโยน สื่อถึงความสดใสของผู้หญิงผ่านการออกแบบชุดปาร์ตี้ นอกจากจะสวมใส่ออกงานได้แล้วสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันเพื่อที่ทำให้วันๆนั้นเป็นวันที่พิเศษมากยิ่งขึ้นอีกด้วย